อีกย่านที่กำลังบูมสุดๆ ของกรุงเทพฯ

ทุกๆ ย่านในกรุงเทพฯ ต่างมีคาแร็คเตอร์ที่แตกต่างกันไป มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ซึ่งเราว่านั่นแหละคือเสน่ห์ของกรุงเทพมหานคร วันนี้เราจะพาทุกคนไปแนะนำ 12 พิกัดความชิลในย่านพระโขนงกันบ้าง แค่ลงสถานี E8 ก็พร้อมลุยไปกับเราแล้ว

 

Kinjo Okinawa

 

 
Kinjo Okinawa อิซากายะญี่ปุ่นสุดฮิตประจำย่าน ว่ากันว่าเป็นร้านหนึ่งเดียวในกรุงเทพฯ เท่านั้นที่บริการเสิร์ฟอาหารจากย่านโอกินาว่าแท้ๆ เมนูยอดนิยมของร้านได้แก่ Kinjo ชาบู, โซบะสไตล์โอกินาว่าที่มีน้ำซุปเข้มข้น และเส้นหนึบกว่าที่พวกเราคุ้นเคยกัน, Rafute Okinawan-style glazed pork หมูสามชั้นตุ๋นสุดนุ่มกับซอสพิเศษ และ Goya Okinawa เมนูมะระผัดในซอสสูตรพิเศษของทางร้าน ถ้าชอบอิซากายะสไตล์ Shakariki 432 ก็น่าไปลองที่นี่นะ 
 
24/1 ซอยสุขุมวิท 69 โทร. 02-711-0536 เวลาทำการ ทุกวัน 11:30-00:00น.  

Goja Gallery

 

 
Goja Gallery เป็นห้องแถวที่ได้ผ่านการรีโนเวทมาเป็นคาเฟ่เท่ๆ มีกลิ่นอายญี่ปุ่นหน่อยๆ ผนังสีขาวจะเต็มไปด้วยผลงานศิลปะร่วมสมัยตลอดเวลา (ส่วนใหญ่จะเป็นงานสตรีทอาร์ต) โดยมักจะได้ดีเจสัญชาติไทยและญี่ปุ่นมาช่วยเปิดบีทสนุกๆ และจัดการแสดง live painting ในวันเปิดนิทรรศการ ในส่วนของคาเฟ่นั้นเสิร์ฟทั้งกาแฟดริปและดริ๊งก์สบายๆ ให้เราได้จิบกันบริเวณบาร์
 
5/2 ซอยปรีดี 3 (สุขุมวิท 71) โทร. 085-848-7576 เวลาทำการ จันทร์-อาทิตย์ 10:00-00:00น. (เว้นวันอังคาร)

Craftsman Barbershop

 

 
อีกหนึ่งร้านที่เราอยากแนะนำให้รู้จักในซอยปรีดี 3 คือ Craftsman Barbershop ซึ่งเป็นร้านบาร์เบอร์สำหรับสุภาพบุรุษเล็กๆ เต็มไปด้วยเสน่ห์จากการตกแต่งด้วยของวินเทจจุกจิกเล็กน้อยภายในร้าน ราคาเริ่มต้นที่ 450 บาทสำหรับบริการตัดผม โกนหนวด และยังมีบริการออกแบบสไตลิ่งหนวดด้วยนะ
 
Craftsman Barber Shop
 
5/38 ซอยปรีดี 3 โทร. 099-425-3554 เวลาทำการ จันทร์ 13:00-20:00น. อังคาร-ศุกร์ 13:00-22:00น. เสาร์-อาทิตย์ 12:00-22:00น.

Masaru Japan Store

 

 
เลยเข้าไปอีกนิดเราก็จะเจอกับ Masaru Japan Store ร้านขายของมือสองจากประเทศญี่ปุ่น ด้านหน้ามีป้ายสีเหลืองสดใสบอกชื่ออยู่ชัดเจน ดังนั้นไม่หลงแน่นอน ความพิเศษของร้านอยู่ตรงสินค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่ฟิกเกอร์จากการ์ตูนฝั่งญี่ปุ่นอย่าง One Piece, Dragon Ball หรือ Gundam และฝั่งตะวันตกอย่าง Star Wars หรือ Marvel ของเล่นทุกชิ้นเป็นของแท้ แต่ขายถูกกว่าร้านทั่วไปอยู่ไม่น้อยเลย
 
 
นอกจากนี้ยังมีโซนของวินเทจที่มีทั้งแผ่นเสียง (เริ่มต้น 59 บาท) เครื่องเล่นแผ่นเสียง กล้องฟิล์ม จนไปถึงเฟอร์นิเจอร์เก่าสภาพดีน่าสะสม รวมถึงโซนเครื่องครัวที่มีชุดแก้วและจานแบรนด์ญี่ปุ่น ใครเผลอเดินเข้าไปน่าจะได้เครื่องครัวน่ารักๆ ติดมือกลับมาสักชิ้นสองชิ้น ส่วนบนชั้น 2 จะเป็นโซนของเล่นญี่ปุ่นน่ารักๆ อีกด้วย
 
Masaru Japan Store 26/1-2 สุขุมวิท 69 โทร. 063-969-7999 เวลาทำการ ทุกวัน 11:00-20:30 น. BTS พระโขนง

W District

 

Broken Eggs

 

ถ้ามาถึงย่านนี้แล้วต้องไม่พลาด W District แน่นอน เพราะเป็นไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้ที่โดดเด่นติดถนนสุขุมวิทด้วยสัญลักษณ์ W ตัวใหญ่ด้านหน้า เต็มไปด้วยตัวเลือกของอร่อยที่หลากหลายเชื้อชาติมากๆ ที่สามารถซื้อจากหลายๆ ร้านมานั่งทานกันบริเวณเอ้าท์ดอร์กันได้เลย

 

 
นอกจากงานตลาดนัดกลางคืนทั่วไปแล้ว W District ก็ยังมีอาร์ตสเปซอีกด้วยนะ Hof Art Space เป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลป์ของศิลปินดาวรุ่งชาวไทย โดยจะมีนิทรรศการอยู่เป็นช่วงๆ อีกทั้งยังมี Hof Art Residency ซึ่งเป็นที่พำนักให้ศิลปินนานาชาติที่มาร่วมงานด้วย พร้อมกับสตูดิโอสำหรับเพนท์ภาพ งานปั้นเซรามิกส์ และงานประติมากรรมอีกด้วย
 
Hof Art Space, W District โทร. 02-711-1251, 089-926-2196 เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 10:00-19:00น.  

Ma-Rum-Ba

 

Ma-Rum-Ba
 
ถึงแม้ว่าปาร์ตี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในทองหล่อและเอกมัย แต่ย่านพระโขนงก็ไม่ได้ขาดแคลนสถานที่แฮงค์เอาท์หรอกนะ อย่างที่เราเพิ่งแนะนำไปช่วงต้นเดือนนี้ Ma-Rum-Ba เป็นบาร์ขนาดย่อมสำหรับไปนั่งเล่นกับแก๊งค์เพื่อนสนุกๆ สิ่งแรกเลยที่จะสังเกตเมื่อเดินเข้าไปในร้านคือหิ้งที่เต็มไปด้วยแอลกอฮอลล์ มีที่นั่งเป็นโซฟาสบายๆ และโต๊ะเล็กๆ ง่ายๆ สำหรับสูบบุหรี่
 
Ma-Rum-Ba
 
โดยทั่วไปแล้วทางบาร์มักจะเปิดเพลงแนว deep house, Berlin house และ techno ส่วนเครื่องดื่มนั้นพิเศษกว่าบาร์ทั่วไปตรงที่เจ้าของร้านเป็นผู้ผลิตรัมไทยแบรนด์ Three Monkeys ดังนั้นเครื่องดื่ม signature ของที่นี่จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก King Kong Mojito (1,500 บาท) แต่อย่าได้ตกใจไปกับราคา เพราะไซส์ของแก้วนั้นใหญ่บิ๊กเบิ้มมาก สามารถแบ่งกันดื่มได้ 3 คนเลยทีเดียว ถ้าไม่อยากจัดหนักขนาดนั้นก็สามารถสั่งขนาดธรรมดาได้ (300 บาท) หรือจะลองเลือกขวดโปรดจากหิ้งมาเลยก็ได้ ถือว่าเป็นบาร์เล็กๆ ประจำย่านที่เหมาะแวะไปหลังดินเนอร์กับเพื่อนๆ มาเรียบร้อยแล้ว
 
Ma-Rum-Ba ซอยปรีดีย์ 1 โทร. 083-133-4773 เวลาทำการ พุธ-เสาร์ 19:00-00:00น. BTS พระโขนง www.fb.com/marumba

Cielo Rooftop Sky Bar & Restaurant

 

 
ช่วงนี้อาจจะยังกลัวฝนกันอยู่ แต่ถ้าเป็นคนที่ติดใจกับวิวสวยๆ ของกรุงเทพมหานครในยามค่ำคืน ย่านพระโขนงก็มีรูฟท็อปบาร์มาตอบโจทย์เช่นกันนะ Cielo Rooftop Sky Bar นั้นอยู่บนชั้น 46 ของโครงการ Sky Walk Condominium (เดิมทีเคยเป็นที่ตั้งของ Zeppelin Bar) บริการอาหารนานาชาติที่ถูกปากพวกเรา เช่น สปาเก็ตตี้คาโบนาร่าและสเต็กเนื้อริบอายจากออสเตรเลีย ไม่อยากไปแย่งหาที่นั่งใจกลางเมืองก็หลบมาชิลที่นี่ก็ได้ ช่วงนี้มีโปรโมชั่น Birthday Package ฉลองวันเกิดด้วยชุดมื้อเย็นนานาชาติ เครื่องดื่ม และเค้กวันเกิดอีก 3 ปอนด์ ในราคา 20,000บาท สำหรับ 10คนด้วยนะ
 
 
ชั้น 46 Sky Walk Condominium ซอยสุขุมวิท 67 โทร. 02-348-9100 เวลาทำการ ทุกวัน 17:00-01:00น. www.cieloskybar.com  

Wishbeer Home Bar

 

 
ส่วนคอเบียร์ก็มีหนึ่งในเบียร์บาร์น่าไปในย่านนี้เช่นกัน Wishbeer Home Bar เป็นร้านเพดานสูงสไตล์โกดังดิบๆ ตั้งอยู่หน้าปากซอยสุขุมวิท 67 เชี่ยวชาญในเรื่องคราฟท์เบียร์เป็นอย่างมาก และมีตัวเลือกจากแบรนด์ดีๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Brewdog, Bavaria, Evil Twin, Chouffe และ Vedett ตอนนี้มีเบียร์รสชาติใหม่ๆ ที่น่าสนใจของ Wishbeer ด้วย 
 
Wishbeer Home Bar
 
สุขุมวิท ซอย 67 โทร. 02-392-1403 เวลาทำการ ทุกวัน 17:00-01:00น.

Tars Gallery

 

 
ตั้งแต่เปิดตัวช่วงปลายปี 2015 Tars Gallery ได้จัดนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยมาให้เราได้ชมกันอยู่เป็นประจำ ด้วยความตั้งใจที่จะนำเสนอผลงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่หลากหลายรูปแบบโดยไม่มีขีดจำกัดในสเปซสีขาวแห่งนี้
 
 
3 ซอยศรีจันทร์ สุขุมวิท 67 เวลาทำการ พุธ-ศุกร์ 14:00-18:00น. (สามารถนัดเข้าชมล่วงหน้าในวันอื่นๆ ได้)

Naiipa Art Complex

 

9 new reasons why Phra Khanong has never been cooler
 
หลายคนอาจจะเห็นภาพของ Naiipa Art Complex (ในป่า อาร์ท คอมเพล็กส์) กันมาบ้างแล้ว เนื่องจากเป็นคอมมูนิตี้มอลล์เพื่อตอบสนองความต้องการของรักศิลปะ โดยตัวอาคารนั้นสร้างขึ้นมารอบๆ ต้นไม้เขียวขจีที่มีอายุกว่า 30 ปีในสวนหลังบ้านของคุณเก้-ศาณ์ปัฎ รักษ์ขิตวัน โดยมีความตั้งใจที่จะสร้างอาคารแห่งนี้ขึ้นมาโดยไม่ต้องทำลายป่าไม้และธรรมชาติรอบๆ  
 
Pencave Co-working Space
 
Pencave Co-Working Space นั้นตั้งอยู่ในโครงการ ซึ่งประกอบไปด้วยห้องทำงานหลักที่มีชื่อว่า Penguin’s Ground บริเวณ hot desk ที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะทำงานบนโต๊ะใหญ่ไว้สำหรับแชร์กับท่านอื่น บริเวณเคาน์เตอร์หันเข้าผนัง หรือจะเป็นเดย์เบดสุดสบายเหมือนอยู่ริมหาดเลยก็ได้ 
 
ค่าใช้บริการอยู่ที่ 290บาท/วัน ส่วนบริเวณชั้นบนนั้นเป็นห้องทำงานส่วนตัวสำหรับกลุ่มใหญ่ อาทิ ห้อง Private Office (580บาท/วัน/2 คน และ 1,450 บาท/วัน/5 คน) และ ห้อง Meeting Rooms (800บาท/ชั่วโมง/8 คน และ 1,200 บาท/ชั่วโมง/16 คน)
 
 
นอกจากนี้ยังมีบริการโซนห้องสมุดและห้องนั่งเล่นสบายๆ แถมยังมีเปลให้ใช้นอนพักจากการทำงานกันอีกด้วย ถ้ารู้สึกหิวก็สามารถเดินไปร้านไล-บรา-รี่ที่ตั้งอยู่ข้างๆ จิบชากาแฟได้สบายๆ เลย เกือบลืมบอกไปว่าซอยสุขุมวิท 71 สามารถทะลุเข้าโครงการ Habito ได้ด้วยนะ 
 
46 ซอยสุขุมวิท 46 โทร. 094-898-7637 เวลาทำการ ทุกวัน 9:00-22:00น.